วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โรคไตวายเรื่อรัง



ไตวายเรื่อรัง
(Chronic renal failure; CRF)


ไตคืออะไร

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายในการขับของเสีย และควบคุมปริมาณสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายให้ สมดุล ปกติมีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วเท่ากำปั้น มีอยู่ 2 อัน ถ้าไตข้างใดข้างหนึ่งเสียไตอีกข้างสามารถทำหน้าที่แทนได้ เมื่อไตเสียหน้าที่ทั้ง 2 ข้าง คือไม่สามารถกรองของเสียหรือที่เรียกว่าไตวายก็จะเกิดอาการซึ่งเกิดจากการคั่งของของเสีย และการคั่งของน้ำและเกลื่อแร่ และการสูญเสียของฮอร์โมนของร่างกาย

ไตมีหน้าที่อะไร

1. ขับถ่ายของเสียที่เกิดจาการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีย หากของสียพวกนี้คั่งมาก ๆ จะมีอาการมึนงง เบื่ออาหาร หมดสติ และอาเจียน
2. ควบคุมปริมาณน้ำ และเกลื่อแร่ที่เกินความจำเป็น โดยขับออกทางปัสสาวะ
3. ผลิตและควบคุมการทำงานของฮอร์โมน เช่นฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณแคลเซี่ยม และฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ฮอร์โมนที่ไตผลิตได้แก่
- Erythropoietin ทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง
- Renin ทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต
- Vitamin D ทำหน้าที่สร้างกระดูก

ไตวายเรื่องรัง เกิดจากอะไร
1. เกิดจากกรวยไตอักเสบเรื่อรัง
2. เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบตัน
3. เกิดจากทางเดินปัสสาวะอุดตัน เช่น นิ่ว
4. โรคเบาหวาน
5. จากโรค SLE
6. จากยาบางชนิด

อาการของไตวาย

เมื่อไตเริ่มวาย ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมมากขึ้นผู้ป่วยจะปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยขึ้น เนื่องจากไตไม่สามารถดูดซึมน้ำกลับ นอกจากปัสสาวะกลางคืนแล้วผู้ป่วยยังมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ความจำไม่ดี นอกจานี้ยังมีอาการตามระบบต่าง ๆ ดังนี้
1. ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (neuromsucular) จะมีการกระตุกของกล้ามเนื้อ ปลายเท้าปลายมือชา เนื่องจากปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) เป็นตะคริว และชัก
2. ระบบทางเดินอาหาร (gastrointestinal) เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปากอักเสบ เป็นอาการที่พบทุกราย ถ้าไตวายมากขึ้น บางรายมีเลือดออกทางเดินอาหาร
3. ระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular) ถ้าไตวายมากมีอาการของเกลือและน้ำจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง มีอาการบวมเนื่องจากหัวใจวาย บางรายมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)
4. ผิวหนัง มีอาการคัน ผิวจะมีสีเหลือง-น้ำตาล

การรักษา
การรักษาต้องรักษาปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น เช่น ภาวะขาดน้ำ ยาที่มีพิษต่อไต หัวใจวาย อาการติดเชื้อ
หลักการรักษาไตวายประกอบด้วย
1. การควบคุมอาหารสำหรับโรคไต
2. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเที่ยม
3. การล้างไตผ่านทางท้อง
4. การเปลี่ยนไต

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม Hemodialysis




การฝอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นการนำเลือกผ่านเข้าเครื่องไตเทียมผ่าไปยังเยื่อ Hemodilysis ซึ่งเป็น semipermable membrane ซึ่งจะกรองเอาของเสียออก เลือดที่ผ่านการกรองก็จะกลับสู่เข้าเครื่องไตเทียม และเข้าสูู่ร่างกาน ทำให้กำจัดของเสีย คุมความสมดุลของน้ำและเกลือแรท และรักษาระดับความดันให้ปกติ



โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

พบได้บ่อยคือความดันโลหิตต่ำ อาจเกิดจากผู้ปวดกินยาลดความดันโลหิตก่อนฝอกไต และตระคลิว เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่เร็วเกินไป ใช้เวลาในการปรับตัวหลายเดือน โรคแทรกซ้อนที่พบได้น้อย ได้แก่ ไข้เลือดออกทางเดินอาหาร คัน นอนไม่หลับเป็นต้น

ข้อห้ามหารฝอกเลือดคือ ความดันโลหิตต่ำและเลือดออก
ข้อปฏิบัติก่อนการฝอกเลือด

1. ควรงดรับประทานยาลดความดันโลหิตก่อนการฝอกเลือด 4-6 ชั่วโมง
2. ถ้ามีอาการเลือดมาก เช่นประจำเดือน อุจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด ให้แจ้งแพทย์ก่อนฟอกเลือดทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติขณะฟอกเลือด

1. แขนที่กำลังฟอกให้อยู่นิ่ง ๆ
2. เตรียมอาหารมารับประทานขณะฟอกเลือด
3. ถ้ามีอาการเวียนศีรษะ ใจสั่นขณะฟอกให้แจ้งพยาบาลผู้ดูแลทันที

ข้อปฏิบัติหลังฟอกเลือด
1. หลังการฟอกเลือดใหม่จะมีการห้ามเลือดโดยใช้พลาสเตอร์หรือผ้ากอซปิด เมื่อเลือดหยุดจึงเอาผ้ากอซออกและติดพลาสเตอร์
2. รับประทานอย่างสม่ำเสมอ
3. รับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
4. ชั่งน้ำหนักทุกวัน โดยควบคุมมิให้น้ำหนักเพิ่มเกินวันละ 0.5 กก.
5. หลังการฟอกเลือดให้ระวังการถูกกระแทกแรง ๆ เพราะจำทำให้ช้ำได้
การรับประทานอาหาร
1. การรับประทานโปรตีนจากเนื้อปลาแทนถั่วและผัก
2. เลือกอาหารที่มีโพแทสเซี่ยมไม่สูง ไม่ต่ำ เนื่องจากสูงหรือต่ำไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อหัวใจ
3. จำกัดน้ำมิให้น้ำหนักเพิ่มวันล่ะ 0.5 กก.
4. งดอาหารเค็ม
5. งดอาหารที่มีฟอตเฟสสูง

การล้างไตผ่านท้อง
หลักการฟอกไตวิธีนี้คือการใส่สายเข้าไปในช่องท้อง แล้วใส่น้ำยาเข้าไปในช่องท้องเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงปล่อยออก

การฟอกมีด้วยกันหลายวิธี

- Continuous Ambulatory Peritoneal (CAPD)

- Continuous Cyclic Peritoneal Dialysis (CCPD)

- Intermittent Peritoneal Dialysis (IPD)


ระยะเวลาในการฟอกขึ้นอยู่กับวิธีการฟอก เช่น (CAPD) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง (CCPD) ใช้เวลา 12 ชั่้วโมง
โรคแทรหซ้อนที่สำคัญ คือ ช่องท้องอักเสบ ป้องกันโดยการล้างท้องแบบปราศจากเชื้อ
การดูแลสำหรับผู้ป่วยที่ล้างไตผ่านทางหน้าท้อง
เนื่องจากผู้ที่ล้างไตผ่านทางท้องจะมีน้ำในท้อง และกล้ามเนื้อท้องอ่อนแรง การยกของหนักจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่ายจึงมีคำแนะนำดังนี้
- คำนึงถึงน้ำหนักที่จะยกว่าหนักไปหรือไม่
- ให้ยกของใกล้ตัวมากที่สุด
- เวลาจะยกของให้กลางขาออก เก้าเท้าไปข้าหน้าหนึ่งเท้า
- ให้ย่อเข่าแทนการก้ม
- อย่ายกของจากชั้นที่สูง
- อย่ายกของและบิดเอว
การเปลี่ยนไต
คือการนำไตที่ไม่เป็นโรคมาผ่าตัดให้กับคนที่เป็ฯโรคไตวาย วิธีการได้มา อาจจะนำจากผู้ป่วยที่สมองตายแล้ว หรือจาการบริจาคของญาติ และเพื่อน ก่อนการเปลี่ยนไตแพทย์จะต้องตรวจเลือดและเนื้อเยื่อว่าเข้ากับผู้ป่วยหรือไม่ เพื่อป้องกันการปฏิเสธเนื้อเยื่อ หลังการเปลี่ยนไตแพทย์จะให้ยากดภูมิรับประทาน
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไต
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมีหลักการเหมือนการออกกำลังกายสำหรับคนทั่วไป คือจะต้องประกอบด้วย การยืดกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรกงของปอดและหัวใจ หรือที่เรียกว่า Aerobic exercise ผู้ป่วยควรจะเน้นความแข็งแรงของปอดและหัวใจให้มากกว่าการออกกำลังกายชนิดอื่น

จังหวัดยโสธร






จังหวัดยโสธร

ข้อมูลทัวไป

ชื่ออักษรไทย : ยโสธร

ชื่ออังกฤษ : Yasothon

ผู้ว่าราชการจังหวัด : นายพงศักดิ์ นาคประดา (ตั้'งแต่ พ.ศ. 2552)

พื้นที่ : 4,161.664 ตารางกิโลเมตร

ประชากร : 5,39,134 คน (ตั้งแต่ พ.ศ. 2552) อันดับที่ 46

ความหนาแน่น : 129.55 คน/ตารางกิโลเมตร (อันดับที่ 32)

จังหวัดยโสธร เป็น
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 9 อำเภอ 78 ตำบล และ 835 หมู่บ้าน แต่เดิมจังหวัดยโสธรเป็นอำเภอยโสธร อำเภอหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2515 ได้ยกฐานะเป็นจังหวัดยโสธรตามประกาศคณะปฏิวัติ นับเป็นจังหวัดที่ 71 ของประเทศไทย

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดมุกดาหาร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ
จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับ
จังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ
จังหวัดร้อยเอ็ด

หน่วยการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ 78 ตำบล 835 หมู่บ้าน

- อำเภอเมืองยโสธร
-
อำเภอทรายมูล
-
อำเภอกุดชุม
-
อำเภอคำเขื่อนแก้ว
-
อำเภอป่าติ้ว
-
อำเภอมหาชนะชัย
-
อำเภอค้อวัง
-
อำเภอเลิงนกทา
-
อำเภอไทยเจริญ

การศึกษา


ระดับอุดมศึกษา

- มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยศาสนศาสตร์ยโสธร
-
วิทยาลัยชุมชนยโสธร
- วิทยาลัยเทคนิคยโสธร

โรงเรียน

· โรงเรียนกำแมดขันติธรรมวิทยาค อำเภอกุดชุม
·
โรงเรียนกุดชุมวิทยาคม อำเภอกุดชุม
·
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 28 อำเภอคำเขื่อนแก้ว
·
โรงเรียนกู่จานวิทยาคม อำเภอคำเขื่อนแก้ว
·
โรงเรียนค้อวังวิทยาคม อำเภอค้อวัง
·
โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว
·
โรงเรียนคำเตยวิทยา อำเภอไทยเจริญ
·
โรงเรียนดงมะไฟพิทยาคม อำเภอทรายมูล
·
โรงเรียนตระกูลประเทืองวิทยาคม อำเภอมหาชนะชัย
·
โรงเรียนทรายมูลวิทยา อำเภอทรายมูล
·
โรงเรียนนาโปร่งประชาสรรค์ อำเภอเลิงนกทา
·
โรงเรียนน้ำคำวิทยาคม อำเภอไทยเจริญ
·
โรงเรียนบุ่งค้าวิทยาคม อำเภอเลิงนกทา
·
โรงเรียนป่าติ้ววิทยา อำเภอป่าติ้ว
·
โรงเรียนโพนงามพิทยาคาร อำเภอกุดชุม
·
โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว
·
โรงเรียนมหาชนะชัยวิทยาคม อำเภอมหาชนะชัย
·
โรงเรียนเมืองกลางประชานุกูล อำเภอกุดชุม
·
โรงเรียนยโสธรพิทยาคม อำเภอเมืองยโสธร
·
โรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์ อำเภอเมืองยโสธร
·
โรงเรียนเลิงนกทา อำเภอเลิงนกทา
·
โรงเรียนศรีแก้วประชาสรรค์ อำเภอเลิงนกทา
·
โรงเรียนศรีฐานกระจายศึกษา อำเภอป่าติ้ว
·
โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์ อำเภอเมืองยโสธร
·
โรงเรียนสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอคำเขื่อนแก้ว
·
โรงเรียนสอนแก้วว่องไววิทยา อำเภอเมืองยโสธร
·
โรงเรียนสิงห์สามัคคีวิทยา อำเภอเมืองยโสธร
·
โรงเรียนหนองแหนพัฒนวิทยาคม อำเภอกุดชุม
·
โรงเรียนห้องแซงวิทยาคม อำเภอเลิงนกทา
·
โรงเรียนเทศบาล1สุขวิทยากร ตั้งตรงจิต15 อำเภอเมืองยโสธร

โรงเรียนเอกชน

โรงเรียนซ่งแย้ทิพยา อำเภอไทยเจริญ
โรงเรียนพระแม่มารีย์โสธร อำเภอเมืองยโสธร

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

- ตราประจำจังหวัด : รูปพระธาตุอานนท์ ปูชนียสถานของจังหวัดยโสธร ขนาบด้วยรูปสิงห์ 2 ตัว

- ดอกม้ประจำจังหวัด : ดอกบัวหลวง (Nympheas lotus)

- ต้นไม้ประจำจังหวัด : กระบาก (Anisoptera costata)

คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองบังไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ

ปูชนียสถานสำคัญของจังหวัด

- พระธาตุอานนท์ อำเภอเมืองยโสธร

- พระธาตุก่องข้าวน้อย อำเภอเมืองยโสธร

- วัดพระพุทธบาทยโสธร อำเภอยโสธร

สถานที่ท่องเที่ยว

- วัดมหาธาตุ

- พระธาตุก่องข้าวน้อย

- แหล่งโบราณสถาน บ้านสงเปือย

- พระพุทธบาทยโสธร

- หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์

- ย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า

- ส่วนสาธารณะพญาแถน

- ภูถ้ำพระ

- หมู่บ้านทำหม่อนขิตบ้านศรีฐาน

- บ้านทุ่งนางโอก

- หมู่บ้านนาสะไมย

- งานประเพณีบุญบั้งไฟ

- ของฝาก ของที่ระลึก






แนะนำคณะพยาบาลศาสตร์

รศ.ดร. วลัยพร นันท์ศุภวัฒน์
คณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองปัญหาการขาดแคลนพยาบาล โดยเฉพาะ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยริเริ่มโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2538 และเปลี่ยนฐานะเป็น คณะพยาบาลศาสตร์ วันที่ 20 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นวันสถาปนาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามสืบมา ปัจจุบันได้รับการรับรองวิทยฐานะเป็นสถานการศึกษาวิชาการพยาบาลและผดุงครรภ์ จากสภาการพยาบาลแห่งประเทศไทยในวันที่ 25ตุลาคม 2548เป็นระยะเวลา 5 ปีการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 - 2552

ประวัติความเป็นมา
มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีแผนเปิดสอนสาขาพยาบาลศาสตร์ ในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที่ 8 เดิมกำหนดเปิดสอนในปีพ.ศ. 2544 แต่เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะผลิตบัณฑิตสาขาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาขาดแคลน พยาบาลอย่างชัดเจน กล่าวคือ พยาบาลต่อประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราส่วน 1 : 3,653 ในขณะที่ภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ มีอัตราส่วน 1 : 1,296 - 1 : 1,775 (สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, 2535) และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สังกัดทบวง มหาวิทยาลัยและสภากาชาดไทยให้เร่งรัดการเพิ่มผลิตบัณฑิตทางการพยาบาล ตั้งแต่ปีการศึกษา 2536 - 2542 ซึ่งคาดว่าในปี พ.ศ. 2544 จะมีอัตราส่วน พยาบาลต่อประชากรดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าประเทศพัฒนาอื่น ๆ สภาพการผลิตพยาบาลในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที่ 7 สามารถเพิ่มการผลิต ได้เพียงร้อยละ 14.5 เท่านั้น ซึ่งยังต่ำกว่าความต้องการบุคลากรพยาบาลเป็นอย่างมาก (กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, 2535) ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากร จำนวน 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ แต่มีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิต ทางการพยาบาลเพียงสถาบันเดียว คือมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดังนั้นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยภูมิภาค ที่จะช่วยตอบสนองนโยบายของรัฐในการผลิตบัณฑิตทางการพยาบาล เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ตลอดจนความเสมอภาคของประชาชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการได้รับการบริการ สุขภาพ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศต่อไป ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงได้ขอปรับแผนพัฒนา การศึกษาระดับอุดมศึกษาระยะที่ 8 เปิดสอนสาขาพยาบาลศาสตร์ จากปี พ.ส. 2544 เป็น ปี พ.ศ. 2540 และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ 1286/2538 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2538 มี รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการมีหน้าที่ 1) วางแผน และกำหนดทิศทางในการเปิดสอนสาขาพยาบาลศาสตร์ และจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ 2) จัดทำหลักสูตร 3) ดำเนินการ ในเรื่องต่างที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การเปิดสอน และจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดหน่วยงาน ชื่อโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ขึ้น เป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในการดำเนินการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้ อนุกรรมการฝ่ายจัดทำหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต อนุกรรมการฝ่ายวางแผนการศึกษาภาคปฏิบัติ และอนุกรรมการฝ่ายจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองทางการพยาบาล ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ 314 / 2539 เรื่องแต่งตั้งอนุกรรมการ ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2539 อนุกรรมการฝ่ายจัดทำหลักสูตรพยาบาล ศาสตรบัณฑิต ได้ยกร่างหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และดำเนินการตามขั้นตอน กล่าวคือผ่านการพิจารณาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการ วิชาการมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และผ่านความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 และทบวง มหาวิทยาลัยรับทราบและให้ความเห็นชอบหลักสูตรเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2540 เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2540 จึงได้มีการปรับปรุงหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ในปี พ.ศ. 2541 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย คือมีจำนวนหน่วยกิตรวมไม่เกิน 140 หน่วยกิต ซึ่งหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2541) ได้ผ่านความเห็นชอบ ของสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 และทบวงมหาวิทยาลัยรับทราบ และให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2542 และคณะกรรมการข้าราชการและพลเรือนรับรองและรับทราบคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ฉบับปรับปรุงปี พ.ศ. 2541) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 โครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นแรกรับนิสิต จำนวน 33 คน เมื่อปีการศึกษา 2540 ต่อมาในภาคปลาย ปีการศึกษา 2542 ได้เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) โดยรับ นิสิต จำนวน 57 คน หลักสูตรนี้ผ่านความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2542 และผ่านความเห็นชอบจากทบวงมหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2543เนื่องจากประเทศประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2540 รัฐบาลจึงมีนโยบายไม่ให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ แต่สามารถจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14(2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ปี พ.ศ. 2538 สภามหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงร่างระเบียบว่าด้วยคณะพยาบาลศาสตร์ ปี พ.ศ. 2541 ทำให้มีการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ขึ้นในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นหน่วยงานจัดการศึกษาทำนองเดียวกับคณะดำเนินงานในรูปแบบการบริหารในลักษณะ นอกระบบราชการ ที่เน้นความคล่องตัว มีประสิทธิภาพและพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยมีสภามหาวิทยาลัยกำกับดูแลทำให้โครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ เปลี่ยนฐานะ มาเป็นคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ เป็นรักษาการคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ จนถึงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2542 และรองศาสตราจารย์วลัยพร นันท์ศุภวัฒน์ ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ต่อมาจนถึง วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ ได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน

ปรัชญา
พยาบาลพึงเป็นผู้มีความรู้คุ่คุณธรรม เป็นผู้นำในการสร้างเสริมสุขภาพ

ปณิธาน
เป็นสถาบันที่ผลิตบัณฑิตสาขาพยาบาลศาสตร์ทุกระดับปริญญาให้มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล ส่งเสริมการ วิจัย เผยแพร่องค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมด้านการพยาบาล การให้บริการวิชาการด้านสุขภาพ มุ่งมั่น พัฒนาบุคลากรในการสั่งสม เสาะแสวงหาความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยผสานองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาการที่เป็นสากล

พันธกิจ
1. ผลิตพยาบาลที่มีคุณภาพและมีความเป็นผู้นำ
2. พัฒนาองค์ความรู้ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมทางด้านสุขภาพ
3. สร้างเสริมสุขภาพและความเข้มแข็งของชุมชน
4. สืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย

วิสัยทัศน์
เป็นสถาบันการศึกษาพยาบาลชั้นนำแห่งคุณภาพ คุณธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสุขภาพชุมชน

ปรัชญา
พยาบาลพึงเป็นผู้มีความรู้คุ่คุณธรรม เป็นผู้นำในการสร้างเสริมสุขภาพ

ปณิธาน
เป็นสถาบันที่ผลิตบัณฑิตสาขาพยาบาลศาสตร์ทุกระดับปริญญาให้มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล ส่งเสริมการ วิจัย เผยแพร่องค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมด้านการพยาบาล การให้บริการวิชาการด้านสุขภาพ มุ่งมั่น พัฒนาบุคลากรในการสั่งสม เสาะแสวงหาความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยผสานองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับวิทยาการที่เป็นสากล

วัตถุประสงค์
คณะพยาบาลศาสตร์ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. ผลิตบัณฑิตสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยจัดให้มีการเรียนการสอนหลักสูตร พยาบาลศาสตร์ ในทุกระดับปริญญาและหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้อง
2. ศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการพยาบาลและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยอาจร่วมมือ กับสถาบันภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ
3. ให้บริการวิชาการด้านสุขภาพ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ท้องถิ่น องค์กรของรัฐและเอกชน4. ทำนุบำรุง สนับสนุน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิชาชีพ

หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล(ระบบปกติ, หลักสูตร 1 ปี)
ชื่อหลักสูตร:
ภาษาไทย : หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล
ภาษาอังกฤษ : Certificate Program for Practical Nurse

ชื่อปริญญา: ภาษาไทย : ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล
(ป. ผู้ช่วยพยาบาล)
ภาษาอังกฤษ : Certificate Program for Practical Nurse(Cert. in PN)

โครงสร้างหลักสูตร: จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 35 หน่วยกิต
1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 6 หน่วยกิต
2. หมวดวิชาเฉพาะด้าน 29 หน่วยกิต
2.1 ภาคทฤษฎี 19 หน่วยกิต
2.2 ภาคปฎิบัติ 10 หน่วยกิต

หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ระบบปกติ ( หลักสูตร 4 ปี)

ชื่อหลักสูตร: ภาษาไทย : หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Nursing Science Program

ชื่อปริญญา: ภาษาไทย : พยาบาลศาสตรบัณฑิต (พย.บ)
ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Nursing Science Program(B.N.S)

โครงสร้างหลักสูตร: จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 143 หน่วยกิต
1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 34 หน่วยกิต
2. หมวดวิชาเฉพาะด้าน 103 หน่วยกิต
2.1 วิชาพื้นฐานวิชาชีพ 31 หน่วยกิต
2.2 วิชาชีพ 72 หน่วยกิต
3. หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ระบบพิเศษ (หลักสูตรต่อเนื่อง2 ปี)

ชื่อหลักสูตร: ภาษาไทย : หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง)
ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Nursing Science Program(Continuing)

ชื่อปริญญา: ภาษาไทย : พยาบาลศาสตรบัณฑิต (พย.บ)
ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Nursing Science Program(B.N.S)

โครงสร้างหลักสูตร: จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 78 หน่วยกิต
1. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 18 หน่วยกิต
2. หมวดวิชาเฉพาะด้าน 54 หน่วยกิต
2.1 วิชาพื้นฐานวิชาชีพ 14 หน่วยกิต
2.2 วิชาชีพ 40 หน่วยกิต
3. หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่

ชื่อหลักสูตร:ภาษาไทย : หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
ภาษาอังกฤษ : Master of Nursing Science Program

ชื่อปริญญา:ภาษาไทย : พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (พย.ม)
ภาษาอังกฤษ : Master of Nursing Science (M.N.S)

โครงสร้างหลักสูตร: จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 42 หน่วยกิต
1. วิชาหลัก (แผน ก) 15 (แผน ข) 15 หน่วยกิต
2. วิชาเฉพาะสาขา (แผน ก) 12 (แผน ข) 18 หน่วยกิต
3. หมวดวิชาเลือกเสรี (แผน ก) 3 (แผน ข) 3 หน่วยกิต
4. วิชาประสบการณ์วิจัย (แผน ก) 12 (แผน ข) 6 หน่วยกิต

หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิตและจิตเวช

ชื่อหลักสูตร:ภาษาไทย : หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
ภาษาอังกฤษ : Master of Nursing Science Program
ชื่อปริญญา:ภาษาไทย : พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (พย.ม)
ภาษาอังกฤษ : Master of Nursing Science (M.N.S)

โครงสร้างหลักสูตร: จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 42 หน่วยกิต
1. วิชาหลัก (แผน ก) 15 (แผน ข) 15 หน่วยกิต
2. วิชาเฉพาะสาขา (แผน ก) 12 (แผน ข) 18 หน่วยกิต
3. หมวดวิชาเลือกเสรี (แผน ก) 3 (แผน ข) 3 หน่วยกิต
4. วิชาประสบการณ์วิจัย (แผน ก) 12 (แผน ข) 6 หน่วยกิ

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แนะนำตัว


นาสาววิลาวัณย์ สังวิบุตร
นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสาคาม