วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โรคไตวายเรื่อรัง



ไตวายเรื่อรัง
(Chronic renal failure; CRF)


ไตคืออะไร

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายในการขับของเสีย และควบคุมปริมาณสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายให้ สมดุล ปกติมีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วเท่ากำปั้น มีอยู่ 2 อัน ถ้าไตข้างใดข้างหนึ่งเสียไตอีกข้างสามารถทำหน้าที่แทนได้ เมื่อไตเสียหน้าที่ทั้ง 2 ข้าง คือไม่สามารถกรองของเสียหรือที่เรียกว่าไตวายก็จะเกิดอาการซึ่งเกิดจากการคั่งของของเสีย และการคั่งของน้ำและเกลื่อแร่ และการสูญเสียของฮอร์โมนของร่างกาย

ไตมีหน้าที่อะไร

1. ขับถ่ายของเสียที่เกิดจาการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีย หากของสียพวกนี้คั่งมาก ๆ จะมีอาการมึนงง เบื่ออาหาร หมดสติ และอาเจียน
2. ควบคุมปริมาณน้ำ และเกลื่อแร่ที่เกินความจำเป็น โดยขับออกทางปัสสาวะ
3. ผลิตและควบคุมการทำงานของฮอร์โมน เช่นฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณแคลเซี่ยม และฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ฮอร์โมนที่ไตผลิตได้แก่
- Erythropoietin ทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง
- Renin ทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต
- Vitamin D ทำหน้าที่สร้างกระดูก

ไตวายเรื่องรัง เกิดจากอะไร
1. เกิดจากกรวยไตอักเสบเรื่อรัง
2. เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบตัน
3. เกิดจากทางเดินปัสสาวะอุดตัน เช่น นิ่ว
4. โรคเบาหวาน
5. จากโรค SLE
6. จากยาบางชนิด

อาการของไตวาย

เมื่อไตเริ่มวาย ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมมากขึ้นผู้ป่วยจะปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยขึ้น เนื่องจากไตไม่สามารถดูดซึมน้ำกลับ นอกจากปัสสาวะกลางคืนแล้วผู้ป่วยยังมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ความจำไม่ดี นอกจานี้ยังมีอาการตามระบบต่าง ๆ ดังนี้
1. ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (neuromsucular) จะมีการกระตุกของกล้ามเนื้อ ปลายเท้าปลายมือชา เนื่องจากปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) เป็นตะคริว และชัก
2. ระบบทางเดินอาหาร (gastrointestinal) เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปากอักเสบ เป็นอาการที่พบทุกราย ถ้าไตวายมากขึ้น บางรายมีเลือดออกทางเดินอาหาร
3. ระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular) ถ้าไตวายมากมีอาการของเกลือและน้ำจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง มีอาการบวมเนื่องจากหัวใจวาย บางรายมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)
4. ผิวหนัง มีอาการคัน ผิวจะมีสีเหลือง-น้ำตาล

การรักษา
การรักษาต้องรักษาปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น เช่น ภาวะขาดน้ำ ยาที่มีพิษต่อไต หัวใจวาย อาการติดเชื้อ
หลักการรักษาไตวายประกอบด้วย
1. การควบคุมอาหารสำหรับโรคไต
2. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเที่ยม
3. การล้างไตผ่านทางท้อง
4. การเปลี่ยนไต

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม Hemodialysis




การฝอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นการนำเลือกผ่านเข้าเครื่องไตเทียมผ่าไปยังเยื่อ Hemodilysis ซึ่งเป็น semipermable membrane ซึ่งจะกรองเอาของเสียออก เลือดที่ผ่านการกรองก็จะกลับสู่เข้าเครื่องไตเทียม และเข้าสูู่ร่างกาน ทำให้กำจัดของเสีย คุมความสมดุลของน้ำและเกลือแรท และรักษาระดับความดันให้ปกติ



โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

พบได้บ่อยคือความดันโลหิตต่ำ อาจเกิดจากผู้ปวดกินยาลดความดันโลหิตก่อนฝอกไต และตระคลิว เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่เร็วเกินไป ใช้เวลาในการปรับตัวหลายเดือน โรคแทรกซ้อนที่พบได้น้อย ได้แก่ ไข้เลือดออกทางเดินอาหาร คัน นอนไม่หลับเป็นต้น

ข้อห้ามหารฝอกเลือดคือ ความดันโลหิตต่ำและเลือดออก
ข้อปฏิบัติก่อนการฝอกเลือด

1. ควรงดรับประทานยาลดความดันโลหิตก่อนการฝอกเลือด 4-6 ชั่วโมง
2. ถ้ามีอาการเลือดมาก เช่นประจำเดือน อุจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด ให้แจ้งแพทย์ก่อนฟอกเลือดทุกครั้ง

ข้อปฏิบัติขณะฟอกเลือด

1. แขนที่กำลังฟอกให้อยู่นิ่ง ๆ
2. เตรียมอาหารมารับประทานขณะฟอกเลือด
3. ถ้ามีอาการเวียนศีรษะ ใจสั่นขณะฟอกให้แจ้งพยาบาลผู้ดูแลทันที

ข้อปฏิบัติหลังฟอกเลือด
1. หลังการฟอกเลือดใหม่จะมีการห้ามเลือดโดยใช้พลาสเตอร์หรือผ้ากอซปิด เมื่อเลือดหยุดจึงเอาผ้ากอซออกและติดพลาสเตอร์
2. รับประทานอย่างสม่ำเสมอ
3. รับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
4. ชั่งน้ำหนักทุกวัน โดยควบคุมมิให้น้ำหนักเพิ่มเกินวันละ 0.5 กก.
5. หลังการฟอกเลือดให้ระวังการถูกกระแทกแรง ๆ เพราะจำทำให้ช้ำได้
การรับประทานอาหาร
1. การรับประทานโปรตีนจากเนื้อปลาแทนถั่วและผัก
2. เลือกอาหารที่มีโพแทสเซี่ยมไม่สูง ไม่ต่ำ เนื่องจากสูงหรือต่ำไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อหัวใจ
3. จำกัดน้ำมิให้น้ำหนักเพิ่มวันล่ะ 0.5 กก.
4. งดอาหารเค็ม
5. งดอาหารที่มีฟอตเฟสสูง

การล้างไตผ่านท้อง
หลักการฟอกไตวิธีนี้คือการใส่สายเข้าไปในช่องท้อง แล้วใส่น้ำยาเข้าไปในช่องท้องเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงปล่อยออก

การฟอกมีด้วยกันหลายวิธี

- Continuous Ambulatory Peritoneal (CAPD)

- Continuous Cyclic Peritoneal Dialysis (CCPD)

- Intermittent Peritoneal Dialysis (IPD)


ระยะเวลาในการฟอกขึ้นอยู่กับวิธีการฟอก เช่น (CAPD) ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง (CCPD) ใช้เวลา 12 ชั่้วโมง
โรคแทรหซ้อนที่สำคัญ คือ ช่องท้องอักเสบ ป้องกันโดยการล้างท้องแบบปราศจากเชื้อ
การดูแลสำหรับผู้ป่วยที่ล้างไตผ่านทางหน้าท้อง
เนื่องจากผู้ที่ล้างไตผ่านทางท้องจะมีน้ำในท้อง และกล้ามเนื้อท้องอ่อนแรง การยกของหนักจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่ายจึงมีคำแนะนำดังนี้
- คำนึงถึงน้ำหนักที่จะยกว่าหนักไปหรือไม่
- ให้ยกของใกล้ตัวมากที่สุด
- เวลาจะยกของให้กลางขาออก เก้าเท้าไปข้าหน้าหนึ่งเท้า
- ให้ย่อเข่าแทนการก้ม
- อย่ายกของจากชั้นที่สูง
- อย่ายกของและบิดเอว
การเปลี่ยนไต
คือการนำไตที่ไม่เป็นโรคมาผ่าตัดให้กับคนที่เป็ฯโรคไตวาย วิธีการได้มา อาจจะนำจากผู้ป่วยที่สมองตายแล้ว หรือจาการบริจาคของญาติ และเพื่อน ก่อนการเปลี่ยนไตแพทย์จะต้องตรวจเลือดและเนื้อเยื่อว่าเข้ากับผู้ป่วยหรือไม่ เพื่อป้องกันการปฏิเสธเนื้อเยื่อ หลังการเปลี่ยนไตแพทย์จะให้ยากดภูมิรับประทาน
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไต
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไตมีหลักการเหมือนการออกกำลังกายสำหรับคนทั่วไป คือจะต้องประกอบด้วย การยืดกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรกงของปอดและหัวใจ หรือที่เรียกว่า Aerobic exercise ผู้ป่วยควรจะเน้นความแข็งแรงของปอดและหัวใจให้มากกว่าการออกกำลังกายชนิดอื่น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น